ในความเป็นจริงแล้วเด็กตาบอดพิการซ้อนควรเรียนรู้อะไร และผู้สอนควรสอนอย่างไร

     ย้อนมองกลับไปเมื่อ 22 ปีที่แล้วที่ข้าพเจ้าได้รับโอกาสเข้ามาทำงานเป็นครูสอนเด็กตาบอดพิการซ้อนที่  “บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน” หรือปัจจุบันในชื่อ “โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา” จากอดีตสู่ปัจจุบันทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่า การพัฒนาเด็กตาบอดพิการซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงใจในการพัฒนาเด็กไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้  และสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมีร่วมกัน คือความศรัทธาที่เชื่อว่า “เด็กตาบอดพิการซ้อนสามารถพัฒนาได้” การจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กตาบอดพิการซ้อนในมุมมองของข้าพเจ้ามีความเห็นว่าทักษะสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กตาบอดพิการซ้อนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ คือ การพัฒนาเด็กให้มีทักษะการช่วยเหลือตนเองในการดำเนินชีวิตประจำวัน ถึงแม้ว่าการฝึกเด็กตาบอดพิการซ้อนจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องอาศัยเวลา ความอดทน ความต่อเนื่องสม่ำเสมอแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้สอนต้องตระหนักร่วมกันคือเด็กตาบอดพิการซ้อนไม่สามารถจินตนาการหรือเชื่อมโยงกิจกรรมหนึ่งไปสู่อีกกิจกรรมหนึ่งได้นั่นหมายความว่า การสอนเด็กตาบอดพิการซ้อนต้องสอนในสถานการณ์จริง  และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน ซึ่งผู้สอนต้องอาศัยเทคนิคการสอนที่หลากหลายตามศักยภาพของเด็ก โดยส่วนใหญ่ผู้สอนจะใช้เทคนิคการวิเคราะห์งาน  การสอนย้ำซ้ำทวน  การถ่ายโอนพฤติกรรมการเรียนรู้  เป็นต้น  ซึ่งผู้สอนจะให้ความช่วยเหลือตามลำดับความยากง่ายควบคู่กับความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กตั้งแต่การกระตุ้นเตือนด้วยวาจาพร้อมกับการจับมือพาเด็กทำกิจกรรม   การกระตุ้นเตือนด้วยวาจาแตะสัมผัสเป็นระยะ หรือเปิดโอกาสให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตัวเองอย่างอิสระควบคู่กับการให้แรงเสริมทางบวก เป็นต้น

     เมื่อเด็กตาบอดพิการซ้อนเกิดการเรียนรู้สิ่งที่ผู้สอนได้ฝึกฝนไปแล้วทำอย่างไรจะทำให้การเรียนรู้นั้นเกิดผลถาวรและยั่งยืนต่อไป ผู้สอนควรตระหนักรู้อยู่เสมอว่าเด็กตาบอดพิการซ้อนจะเกิดการเรียนรู้ที่ถาวรไม่ได้ถ้ากิจกรรมที่เรียนรู้ไปแล้วนั้นไม่ได้ฝึกเป็นประจำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอไม่ว่าเด็กจะอยู่กับใคร หรือสถานที่ไหน แนวทางที่จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างถาวรและยั่งยืนได้นั้นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องฝึกเด็กไปในแนวทางเดียวกัน มักจะเกิดคำถามระหว่างครูกับผู้ปกครองเสมอว่า เมื่ออยู่ที่โรงเรียนทำไมเด็กรับประทานอาหารเองได้ ทำไมอาบน้ำเองได้ ทำไมใส่เสื้อผ้าเองได้ แต่เมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านเด็กทำเองไม่ได้เลย นั่นหมายความว่า แนวทางที่ครูสอนกับผู้ปกครองฝึกไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันผลเสียจะเกิดขึ้นกับเด็กโดยตรง ทำให้การพัฒนาเด็กเป็นไปด้วยความล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

     ถึงแม้ว่าการสอนเด็กตาบอดพิการซ้อนจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง  แต่หัวใจสำคัญในการสอนเด็กตาบอดพิการซ้อนก็ไม่ได้ซับซ้อนเกินความสามารถของผู้สอนแต่อย่างใด  ถ้าเรามองอนาคตของเด็กตาบอดพิการซ้อนคนหนึ่งเมื่อเข้ามารับการศึกษาและพัฒนาที่โรงเรียนตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายที่จะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนไปแล้ว เด็กจะต้องทำอะไรได้บ้างเมื่อกลับไปสู่อ้อมอกครอบครัวและชุมชนที่เขาจากมา เราคงไม่นึกถึงเนื้อหาการสอนที่เต็มไปด้วยหลักวิชาการมากมายเหมือนเด็กปกติทั่วไปที่ต้องเรียนรู้จากตำราเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการกำหนด แต่การเรียนรู้ของเด็กตาบอดพิการซ้อนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สอนจะต้องยึดหลักการว่า “สอนทุกอย่างที่เด็กใช้ในชีวิตประจำวัน และสิ่งที่สอนในชีวิตประจำวัน ต้องเป็นประโยชน์ต่อเด็กในอนาคต” ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสอนเด็กตาบอดพิการซ้อนให้มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

 

นางสาวดวงหฤษฎ์  ภูแพง

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา