สาร ผู้อำนวยการ กรกนก ศิริวงศ์

รายงานประจำปี

     บทบาทใหม่ที่ดิฉันได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คือตำแหน่งผู้อำนวยการมูลนิธธิ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยได้รับการเปลี่ยนแปลง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ มีการเปลี่ยนแปลงผู้อำนวยการมูลนิธิ จากนายประหยัด ภูหนองโอง มาเป็น นายเฉลิมชัย จิตตะยโศธร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ถึงปี ๒๕๕๙ นับระยะเวลา ๑๖ ปี อาจารย์เฉลิมชัย จิตตตะยโศธร ก็ทำหน้าที่ผู้อำนวยการมูลนิธธิมาด้วยความวิริยะ อุสาหะ นำพาองค์กรผ่านปัญหา อุปสรรคนานัปการ ในห้วงเวลา ๑๖ ปีนั้นมีโรงเรียนเกิดใหม่ภายใต้มูลนิธิหลายแห่ง มีหน่วยงานอื่นๆที่ตั้งขึ้นเพื่อบริการคนตาบอดอีกก็หลายแห่ง เช่นเดียวกัน เด็กๆนักเรียน นักศึกษาในสมัยนั้นปัจจุบันกลายเป็นพนักงานของมูลนิธิ บางคนก็เป็นผู้บริหาของมูลนิธิ ภายใต้การบริหารงานของอาจารย์เฉลิมชัย จิตตะยโศธร ท่านได้ปลูกฝั่งให้พนักงานมีความรักและสามัคคีต่อกันบนพื้นฐานคุณธรรมจริยธรรม สร้างความตระหนักรู้ความรับผิดชอบและให้ปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนอย่างมีความสุข พนักงานทุกคนรักและผูกพันต่องค์กร ส่งผลให้มูลนิธิเติบโตในทุกด้านอย่างตต่อเนื่องตลอดมา

     ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปการทำงานจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามเช่นเดียวกัน นโยบายของภาครัฐออกแบบมาเพื่อให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิ์อย่างทั่วถึง บุคคลในสังคมให้การยอมรับว่าคนพิการมีศักยภาพหากได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างถูกต้องตามความถนัดและความต้องการของผู้พิการแต่ลละคน ในขณะเดียวกันระบบเวทนานิยมก็เริ่มลดลงเช่นเดียวกัน การให้ความช่วยเหลือคนพิการด้วยความรู้สึกสงสารเห็นใจเวทนาเหมือนในอดีตนั้นลดลงไปเรื่อยๆ ส่งผลลต่อการบริหารงานของมูลนิธิอย่างชัดเจน เช่น ยอดเงินบริจาคจากผู้ใจบุญในสังคมลดลงทุกปี ขาดแคลนบุคลากรอันเนื่องมาจากเงินสำคัญกว่าการได้ช่วยเหลือดูแลคนตาบอด มูลนิธธิเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไรรายรับที่มูลนิธธิได้รับมาจากบุคคลในสังคมศรัทธาและให้ความช่วยเหลือโดยการบริจาคเข้ามา ค่าตอบแทนบุคลากรจึงไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรเอกชนอื่น

     ดังนั้นในปีนี้และปีต่อๆไป คณะผู้บริหารจึงต้องปรับเปลี่ยนการหารงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนามูลนิธิโดยการจัดทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้น อีกทั้งต้องเสนอตัวบุคคลในมูลนิธธิให้ได้มีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการในชุดต่างๆเพื่อผลักดันให้นโยบายของมูลลนิธิได้เกิดขึ้นจริงและบรรลุเป้าหมาย ซึ่งดิฉันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีนี้และปีต่อๆไป การดำเนินงานของมูลนิธธิจะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ภายใต้ความร่วมมือ ร่วมใจ ความรักและศรัทธาในภาระกิจการช่วยเหลือคนตาบอด และขอขอบคุณพลังสังคมที่ได้สละทรัพย์ให้การช่วยเหลือมูลนิธิมาโดยตลอด ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกพระองค์ โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวจงประสบความสำเร็จในทุกๆด้านที่ปรารถนา ในนามคณะกรรมการมูลนิธธิ บุคลากรแลละนักเรียนทุกคนของขอบคุณท่านมา ณ โอกาสนี้