เสียงจากอดีตผู้อำนวยการ

     จากสถิติ คนพิการมีประมาณ ๑.๙ ล้านคน เป็นคนตาบอดประมาณ ๓ แสนคน  มีคนตาบอดที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีประมาณไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน ที่เหลือประมาณ ๒.๙ แสนคน ยังคงต่อสู้ดิ้นรนแสวงหาโอกาสที่จะฟื้นฟูสมรรถภาพตนเองเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่เท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี

     ในปี ๒๕๕๙ ภารกิจการงานของมูลนิธิฯดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสให้คนตาบอดได้รับฟื้นฟูสมรรถภาพตนเอง นำไปสู่การดำรงชีวิตที่เท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี ในปีนี้ มีคนตาบอดจำนวนร้อยกว่าชีวิตกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี โทและเอก มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จทางการศึกษาแล้วได้รับการว่าจ้างเป็นพนักงานจากทั้งทางภาครัฐและเอกชน  หลายคนประกอบอาชีพอิสระเช่นการนวดเพื่อสุขภาพ, การผลิตสินค้าหัตถกรรม, เกษตรกรรม เขาเหล่านั้นได้หลุดพ้นจากคำว่า “คนตาบอดเป็นได้แค่เพียงขอทาน” หรือ “คนตาบอดทำงานได้แค่เพียงขาย ล๊อตเตอร์รี่”  ถึงกระนั้นก็ตาม เสียงเรียกร้อง “โปรดให้โอกาสแก่เรา” ของคนตาบอดที่ต้องการความช่วยเหลือก็ยังมีมาไม่ขาดสาย ซึ่งมูลนิธิได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะตอบสนองและเข้าถึงต่อเสียงเรียกร้องทุกเสียงของคนตาบอด ตามปณิธานที่ตั้งไว้ว่า “จะไม่มีคนตาบอดผู้ใดถูกทอดทิ้งให้อยู่เบื้องหลัง”

     ตลอดระยะเวลา ๓๘ ปีที่ผ่านมานับแต่เริ่มก่อตั้ง มูลนิธิได้ดำเนินกิจการโดยยึดหลักการทำงาน ๓ ประการคือ หลักแห่งความถูกต้องโปร่งใส หลักแห่งการมีคุณธรรมและจริยธรรมอันดี และหลักแห่งการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล (เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๗ มูลนิธิได้ผ่านการประเมินมาตรฐานองค์กรด้านคนพิการในระดับดีมาก โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ) ผลแห่งการประกอบการเป็นที่ประจักษ์ ได้รับความเชื่อถือและสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนทางด้านทุนทรัพย์ในการดำเนินงานซึ่ง ๗๐ % ของทุนการดำเนินงาน มาจากการบริจาคของมหาชน ๒๐ % มาจากการสนับสนุนจากทางภาครัฐ และ ๑๐ % มาจากกิจกรรมการหารายได้ของมูลนิธิ

     ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ กิจการของมูลนิธิจึงเจริญเติบโตก้าวหน้ามาเป็นลำดับ บัดนี้พระมิ่งขวัญของมูลนิธิธรรมิกชนฯ ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่เราชาวธรรมิกชนเชื่อว่า พระบารมีของพระองค์ท่านจะคุ้มเกล้าเหล่าธรรมิกชนตราบชั่วกาลนาน และเราชาวธรรมิกชนขอปฏิญาณว่า จะดำเนินการสร้างโอกาสให้แก่คนตาบอดทุกคน ฟื้นฟูสมรรถภาพตนเองนำไปสู่การดำรงชีวิตที่เท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีตามพระราชปณิธาน

     ข้าพเจ้าขอขอบคุณคณะกรรมการมูลนิธิทุกคณะ ที่อาสาช่วยงานมูลนิธิอย่างเต็มความสามารถ ขอขอบคุณพนักงานมูลนิธิกว่า ๔๐๐ ชีวิตที่เอาใจใส่ ดูแล ช่วยเหลือ คนตาบอดเป็นอย่างดี และขอขอบคุณผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ที่บริจาคเงิน ทรัพย์สินสิ่งของให้แก่มูลนิธิด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและจิตกุศล ขอกุศลผลบุญจากสิ่งที่ท่านได้บริจาค เป็นพระพรและมหากุศลคืนสู่ท่านร้อยเท่าพันทวี มีชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยสันติสุขตลอดกาล